Thamlhor Koh samui Arrive at you a celebrities เรียนท่านผู้มีเกียรติ


ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซ้ picwhere samui แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร การถ่ายภาพและอุปกรณ์ และอื่นๆอีกมามาย
ขอบคุณอย่างยิ่ง wasan samui

เว็บ picwheresamui ภาพถ่ายที่ใหน
http://picwheresamui.blogspot.com

หรือร้านทำหล่อ
Call +66888264410

Search ค้นหา เว็บ บล๊อกนี้ ไส่ลิ้งจากที่นี่

สภาพอากาศ จ.สุราษฎร์ธานี

สมัครสมาชิกบัญชีธนาคารออนไลด์ PayPal คลิกด้านล่าง

Food for Green World อาหารมื้อนี้เชิงอนุรักษ์ แกงส้มปลานิล

Food for Green World แกงส้มปลานิลกับผักหนาม อาหารมิ้อนี้มีคุณค่าทางจิตใจและเชิงอนุรักษ์สิ่งแว้ดล้อมและพืชพันธุ์พื้นบ้าน วันนี้นั่งกินแกงส้มปลานิลกับผักหนาม กินไปเลยได้ความคิดแปลกๆ ขึ้นมา อันที่จริงไม่เกี่ยวกับ blogทำหล่อเกาะสมุย มันเป็นผลพวงมาจาก blog ทำหล่อทำหรอย


เข้าเรื่องกันดีกว่า ปลานิลปลาพื้นบ้านมีอยู่ทั่วไปตามห้วย หนอง บึง ส่วนผักหนามมักขึ้นตามริมห้วยในป่าเขา ที่มีความชื้นและความอุดมสมบุรณ์สูง เมื่อนำมาแกงส้มกับปลานิลอร่อยมาก ยิ่งแกล้มกับ สะตอ ลูกเนียง ไม่ต้องบอกเลยว่าจะเป็นยังไง โดยปกตินิสัยของชาวปักใต้เวลาทานเข้ามักต้องมีผักแกล้มอยู่คู่กันเสมอ ถ้ากินแต่แกงอย่างเดียวมันไม่ค่อยอร่อย ดังคำที่ว่า ม้ายค่อยถูกปาก ม้ายค่อยหรอย
ปัจจุบันนี้ผักบ้านๆ จำพวกนี้นับวันจะเหลือน้อยแล้วเพราะมันอยู่ในป่า ผักหนาม ผักกูด ลูกเนียง สะตอป่า เป็นเพราะอะไรหรือ ก้อเพราะชาวบ้านและนายทุนเข้าไปแผ้วถางโคนไม้ทำลายป่ากันมากนะซิ ภูเขานี้จะกลายเป็นภูเขาหัวโลนซะแล้ว ต้นไม้ใหญ่ๆ ก็ถูกตัดทำลาย พื้นที่ถูกแปรสภาพเป็นการเพาะปลูกอย่างอื่นเสีย ส่วนห้วย หนอง คลอง บึง ก็ยังมีการใช้รถไถ ปรับถม ส่วนภูเขาก็ขุดเจาะเสียราบเรียบ บางพื้นที่หายไปจากแผนที่โลกก็ยังมีเลย ในเมื่อทุกออย่างที่เคยมีอยู่มันถูกเปลี่ยนสภาพไปเช่นนี้ มันจึงส่งผลให้สภาพสภาวะอากาศในพื้นที่นั้นๆ และในโลกของเราเปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนมากเท่าที่ได้ฟังบางคนเข้าพูดกันมักจะโทษโลกเราที่ทำให้เปลี่ยน แต่หารู้ไม่ว่าตัวเราทุกคนนั้นแหละคือตัวต้นเหตุในการที่ทำให้โลกของเรามันเปลี่ยน ธรรมชาติมันเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในเวลาเดียวกัน มันจะจัดความสมดุลด้วยตัวของมันเอง อะไรที่เกินก็กำจัด อะไรที่ขาดก็เติม เช่นป่าไม้สร้างความชุ่มชื้นมีละอองน้ำลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศแล้วละอองน้ำเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นเมฆเปลี่ยนสภาพเป็นเม็ดฝนตกลงมาสู่พื้นผิวโลกลงสู่ ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง และห้วย หนอง คลอง บึง นี้แหละที่เป็นตัวกักเก็บน้ำ เผื่อเมื่อว่ายามใดที่ฝนไม่ตก น้ำในที่เก็บเหล่านี้ก็ยังคงสร้างความชุ้มชื้นให้กับพื้นผิวของโลกและป่าไม้ มันก็สอดคล้องกันอยู่แล้วนะ ดิน น้ำ ลม ไฟ และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย พืชพันธุ์ มนุษย์ นี่คือองค์ประกอบ และความสมดุลของธรรมชาติ การโค่นไม้ทำลายป่า ขุดเจาะ ไถ ถมปรับสภาพพื้นที่ใหม่สร้างใหม่ทำใหม่จึงเลยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป พูดง่ายๆ ยามเมื่อฝนตกลงมาเรามีตุ่มมีไห กะละมัง รองรับน้ำเอาไว้ใช้ ถ้าเราเอามันออกก็ไม่มีน้ำเอาไว้ใช้ ที่นี้โลกของเราก็เหมือนกัน ยามที่ฝนตกลงมาจะมากหรือน้อยก็ได้ ป่าไม้ ห้วย หนอง บึง นี้เหละเป็นตัวซับ ดัก กักเก็บไว้ เมื่อมนุษย์เราไปปรับเปลี่ยนมันเสียใหม่ ตัดไม้ออก ขุดเจาะภูเขาเสียราบเรียบ ถมห้วยหนองบึงเสียหมด ดังตัวอย่างที่มีให้เห็นก็เยอะ ฝนตกหนักน้ำป่าทะลักท่วมหมู่บ้านราบเสียหายเป็นหน้ากลอง ข่าวออกมาบ่อยและก็เยอะ แต่ไม่เห็นรู้จักเจ็บรู้จักจำกัน พอลมพัดหอบแบ้งค์ร้อยแบ้งค์พันมาแปะตรงหน้านั่งยิ้มระรื่น ความสูขชั่วคราวไม่นึกถึงอนาคตและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า นับวันนี้พื้นที่สีเขียวของความชุ่มชื้นเหลือน้อยเต็มทีแล้ว มันแทนที่ด้วยพื้นที่มีสีสรรและอุดมไปด้วยความแห้งแล้ง นับวันถ้าป่าไม้ ห้วย หนอง คลอง บึง พวกนี้ลดน้อยหรือหายหมดไปแล้วพวกเราๆ ยังจะได้ไปหา ปลา ปู ผักพื้นบ้านแปลกมารับประทานกันอีกหรือ ผักหนาม ผักกุด ผักฯลฯในเทือกเขาลำเนาไพร ลูกเนียง ยอดหวาย ยังงี้ ยังพอจะมีหาได้อยู่หรือเปล่า จะไปหาปลาตามธรรมชาติ ปลาหมอ ปลาช่อน ปลากระดี่ ปลานิล ปลาดุก ตามห้วย หนอง บึง ของสดๆตามธรรมชาติอย่างนี้สารพิษก็ไม่มีเอามาปิ้ง ย่าง ต้ม แกง รสชาติมันช่างกรุบกรอบหวานหอมซะเหลือเกินของอย่างนี้ยังจะมีให้พวกเราๆ มีกินกันอีกหรือ ถ้าพวกเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์พวกมันเอาไว้ ปัจจุบันนี้ผักปลาเอามาเพาะเลี้ยงด้วยสารเตมี เร่งให้ใหญ่ รีบให้โต กินเข้าไปสารต่างๆสะสมในร่างกาย ยามโรคภัยมาเบียดเบียนก็รักษายากดื้อยาอีกต่างหาก ธรรมชาติเปลี่ยนไปโรคภัยและเชื้อสายพันธุ์ใหม่ก็มากรักษาก็ยากขึ้น เราลองนึกย้อนกลับไปในสมัยโบราณ สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย โน้นนะเขาอยู่กันอย่างไร โรคภัยไข้เจ็บเป็นยังไง สภาพร่างกายเป็นยังไง อาหารการกินเป็นยังไง การเป็นอยู่เป็นยังไง เขาอยู่กันสูขสบายกันดีอยู่กันแบบธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาคอยรบกวน พืชผักปูปลาก็หาตามธรรมชาติ ตามห้วย หนอง คลองบึง ป่าเขาลำเนาไพร สดๆ ใหม่ๆ เท่าทีหามาได้ ลองคิดดูคนสมัยก่อนตัวนี้โตๆกันทั้งนั้นร่างกายก็แข็งแรง กำยำ ส่วนพวกเราสมันนี้นับวันตัวยิ่งเล็กลงเล็กลง เพราะฉะนั้นเมื่อนึกได้พวกเราปัจจุบันก็จงช่วยกันอนุรักษ์ของเหล่านี้ไว้ อันใหนที่มีน้อยก็ช่วยกันปลูกเสริมเพิ่มเติม ที่มันไกล้จะหมดก็อย่าไปทำลายมัน เพราะไม่เช่นนั้น วันนี้กินแกงส้มปลานิลกับผักหนาม อาจจะไม่มี สะตอ ลูกเนียง มาแกล้มด้วยก้อได้ เพราะพวกเราได้โค่นและทำลายมันไปหมดแล้ว ปลานิลมันหมดไปจากห้วย หนอง บึง เพราะพวกเรา ปรับ ไถ ถม พื้นที่กันเสียหมดแล้ว และในเมื่อมันหมดไปโดยไม่มีการอนุรักษ์หรือรักษามันไว้พวกเราก็ไม่มีอะไรไว้ใช้ไว้กินกันและอย่าไปโทษโลกหรือโทษไครโทษตัวเรานั้นแหละ หว้ากินไปกินมาซดซ๊ะน้ำแกงแห้งหมดเลยอร่อยมากๆ มิน่าของสดจากธรรมชาติรสชาติมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เห้อ..อิ่ม มากๆ ต้องไปก่อนละไปหาอะไรแปลกมาไส่บล็อกต่อแต่ตอนนี้อิ่มนึกไม่ออกขอตัวก่อน.

the food is local หมี่ผัดปากพนัง

the food is local หมี่ผัดปากพนัง
เครื่องปรุง
อันดับแรกคือเส้นหมี่ หรือเส้นป๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก หรือเส้นผัดไท ที่ปากพนังเรียกว่า “เส้นหมี่จันทร์”
  • เส้นหมี่จันทร์ 300 กรัม
  • มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
  • พริกชี้ฟ้าแห้ง 15 เม็ด
  • หอมแดง 7 หัว
  • น้ำตาลปี๊บ 6 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งสดๆ จากทะเล ใส่ในเครื่องปรุงได้มากน้อยเท่าไรตามใจชอบ
ส่วนวิธีทำ
         ให้แช่เส้นหมี่จันทร์ลงในน้ำจนนิ่ม , ผ่าพริกแดงดอกใหญ่เอาเมล็ดออกแล้วแช่ในน้ำจนนิ่ม ก่อนจะนำมาตั้งให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นก็ปอกหอมแดงล้างน้ำให้สะอาดแล้วโขลกพร้อมกับพริกแดง ใส่เกลือนิดหน่อยจนละเอียด แล้วน้ำมาใส่กระบะตั้งไฟเคี่ยวกับหัวกะทิจนเดือด แล้วใส่น้ำตาลปิ๊บ ใส่กุ้งสด (ถ้ากุ้งตัวเล็กไม่ต้องปอกเปลือก) หลังจากนั้นก็นำเส้นหมี่มาใส่ในกระทะ ผัดด้วยไฟอ่อนๆ จนแห้ง
         หลังจากนั้นก็จะได้ “หมี่เมืองนัง” หรือ “หมี่ผัดปากพนัง” สูตรดั้งเดิม หรือจะเรียกว่า “สูตรโบราณ” ก็ว่าได้ เพราะคนปากพนังนั้นจะมีความชำนาญในการผัดหมี่ ถือเป็นอาหารจานเด็ดของคนดั้งเดิม คนที่เดินทางไปเที่ยวเมืองปากพนัง หรือไปเยี่ยมญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง สมัยก่อนเขาจะผัดหมี่มาเลี้ยงต้อนรับ โดยรับประทานกับถั่วงอก , ผักชีล้อม , บัวบก , มะม่วงซอย ยอดกระถิน และพวกผักสด นับว่าอร่อยอย่าบอกใครเชียว

HTC Touch Viva-เอชทีซี


ข้อมูลทั่วไป HTC Touch Viva - เอชทีซี

เปิดตัวครั้งแรก 16 กันยายน 2008
ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 3 ปี 2008 ตุลาคม 2551
ราคามือถือ (เปิดตัว) 12,900 บาท ตุลาคม 2551
....................................................................................
ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
ระบบ Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
จอสัมผัส TFT-LCD 65K สี - 240 x 320 พิกเซล (2.8")- เทคโนโลยี TouchFLO™ ควบคุมหน้าจอแบบสัมผัส
ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
เสียงเรียกเข้า MP3, 40 Polyphonic - รองรับไฟล์ : AAC, AAC+, eAAC+, AMR-NB, AMR-WB, QCP, MP3, WMA, WAV - ระบบสั่น (Vibration in Phone)
ระบบปฎิบัติการ Windows Mobile® 6.1 Professional- CPU : TI's OMAP™ 850, 201 MHz
หน่วยความจำ ROM 256 MB - RAM 128 MB (ตัวเครื่อง) - การ์ดหน่วยความจำ microSD
ระบบเชื่อมต่อและส่งข้อมูล (Connectivity)
ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)- WiFi 802.11b/g, WLAN (Wireless LAN) - บลูทูธ Bluetooth™ v2.0, mini-USB v2.0 (ExtUSB™) - รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ (A2DP Bluetooth™ Stereo)
ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, HTML (PocketIE), WAP 2.0 Browser
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)- อีเมล์ Email, MMS, SMS ผ่าน EDGE, GPRS- ข้อความแชท (Instant Messaging)
รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0
จุดเด่นและคุณสมบัติพิเศษ (Feature)
กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล (Digital Camera) - โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า- ถ่ายภาพสำหรับใส่ในรายชื่อ - ถ่ายภาพเพื่อทำเป็นภาพพื้นหลังหรือธีม
บันทึกภาพวีดีโอ พร้อมเครื่องเล่น (Video recording & Playback)- บันทึกวีดีโอสำหรับส่ง MMS พยากรณ์อากาศล่วงหน้า (สูงสุด 5 วัน)
ค้นหาและเดินทางบนแผนที่ Goolgle Maps
การใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มาตรฐาน 1,100 mAh (Standard Battery)
เปิดรอรับสาย 270 ชั่วโมง (Standby Time)
สนทนาต่อเนื่อง 480 นาที (Talk Time)
คลิกดูรายละเพิ่มเติมที่นี่ >>> รีวิว HTC..www.Simphone.com
................................................................................
ขอบคุณและขออนุญาตินำ ภาพและข้อมูล จาก http://www.siamphone.com/

the food is local ต้มส้มปลานิล

the food is local ต้มส้มปลานิล
เตรียมการทำ
ปลานิล 2 ตัว ครึ่ง กล.ขอดเกล็ดทำความสะอาด หั่นบั้งตัวละ 3 ท่อน พักไว้
น้ำ 3 ถ้วยแกง (6 ถ้วยตวง)
พริกสดบุบพอแตก 5-6 เม็ด
ใบโหระพา 5-6 ใบ (ถ้าหากไม่ชอบใช้ผักชีต้นหอมก้อได้)ในที่นี้ใช้ใบโหระพา เพราะเป็นอาหารพื้นบ้าน
น้ำมะขามเปียก 5 ช้อนโต๊ะ
ซุปไก่ 1 ก้อน
เกลือ 2 ช้อนชา

วิธีการทำ
นำหม้อตั้งไฟไส่น้ำที่เตรียมไว้
ไส่ซุปก้อนและเกลือ
เมื่อน้ำเดือดพล่านไส่ปลา(ห้ามคน ห้ามปิดฝาหม้อ)
เมื่อเดือดปลาสุกแล้วเติมน้ำมะขามเปียก
ชิมให้ได้รสชาติกลมกล่อม(เปรี้ยวนำเค็มตาม)
ไส่พริกขี้หนูบุบ ใบโหระพา(หรือต้นหอม ผักชี) แล้วยกลงจากเตา
ตักไส่ถ้วยเสริฟตอนร้อนๆ
เมนูนี้เป็นอาหารพื้นบ้าน(ภาคใต้)รับประทาน 2-3 คน
         เคล็ดลับสำหรับอาหารที่ใช้ส่วนประกอบของเนื้อปลา เมื่อนำลงไส่น้ำแกงหรือน้ำเดือดห้ามคนห้ามปิดฝาหม้อเป็นอันขาด เพราะถ้าคนเมื่อมันยังไม่เดือดจะทำให้มีกลิ่นคาว ส่วนห้ามปิดฝาหม้อปลาบางชนิดมีกลิ่นแรง(กลิ่นสาปๆหิ่นๆ)ดังเช่นปลานิลจะมีกลิ่นสาปโคลนหรือตะไคร้น้ำเพราะเป็นปลากินพืชถ้าหากปิดฝาหม้อจะทำให้มีกลิ่นมากขึ้น

Facebook

จาก RS tour 12 มกราคม 2013

Map koh samui แผนที่เกาะสมุยค้นหาสถานที่ ต่างๆ


ดู เกาะสมุย koh samui ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า